1.อย่าทำลายความหวังของใคร ... เพราะอาจเหลืออยู่แค่นั้น..
2.รู้จักฟังให้ดี ... โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆ เท่านั้น...
3.จะคิดการใด ... จงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย...
4.หัดทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้...
5.จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น...
6.ใครจะวิจารณ์อย่างไรก็ช่าง... ไม่ต้องเสียเวลาโต้ตอบ...
7.ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "2" แต่อย่าให้ถึง"3"...
8.เราไม่ได้ต่อสู้กับ คนโหดร้าย แต่เราต่อสู้กับความโหดร้ายในตัวคน...
9.เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ... ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน...
10.อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม...
11.ประเมินตัวเองด้วยมาตรฐานของตัวเองไม่ใช่มาตรฐานของคนอื่น...
12.คงไว้ซึ่งความเป็น คนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น...
13.ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใดยสุขุมเยือกเย็นเข้าไว้...
14.อย่าวิจารณ์นายจ้าง ... ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ...
15.คำนึงถึงการมีชีวิต "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิต"ยืนยาว
Thursday, October 29, 2009
Thursday, July 2, 2009
Love is Pink or Grey?
First thing I want to say ‘sorry’; it is a long time for writing here because I am so busy. When you see my topic, you may be confused about it, what do I want to say? I will tell you after I tell you about the love in my opinion.
Love is a special feeling for each other. You can feel with many people because it is not wrong but it is separated levels by yourself to love each person. Love level is family, parents, friends, teachers, lovers or fellowmen, which you will show in many different ways. Love is a respect, trust, honest, understand, care, forgive, happy and hurt. It is a last word, which should not have, do you think like me?
The topic likes a question. Do people think the love is a pink or grey color?
The most of people who never known about love, they will think love is a pink color. Love makes them smile, confident and happy for doing anything. They will believe in love and think love is a beautiful. By the way, the most of people who know about love, they will think love is a grey color; it means love is good and bad, or black and white because people have good and bad things in themselves. They will say “Love is not pink and beautiful all time”. The reasons, love can make you smile, confident and happy but love can make you cry, unconfident and hurt at the same time.
My article is just my opinion for one of love not all. Many couples can keep their love in beautiful way and many couples can not keep it. You should not be worry about it because love include many factors, it depends on 2 persons to share feeling, thinking and etc. each other. You can not fix love by yourself but you should walk in you and your lover way together. When you see who is right, you should keep your relationship in the beautiful way much more, although it is not all time.
Finally, I wish your love is beautiful and happy forever. ^^
Love is a special feeling for each other. You can feel with many people because it is not wrong but it is separated levels by yourself to love each person. Love level is family, parents, friends, teachers, lovers or fellowmen, which you will show in many different ways. Love is a respect, trust, honest, understand, care, forgive, happy and hurt. It is a last word, which should not have, do you think like me?
The topic likes a question. Do people think the love is a pink or grey color?
The most of people who never known about love, they will think love is a pink color. Love makes them smile, confident and happy for doing anything. They will believe in love and think love is a beautiful. By the way, the most of people who know about love, they will think love is a grey color; it means love is good and bad, or black and white because people have good and bad things in themselves. They will say “Love is not pink and beautiful all time”. The reasons, love can make you smile, confident and happy but love can make you cry, unconfident and hurt at the same time.
My article is just my opinion for one of love not all. Many couples can keep their love in beautiful way and many couples can not keep it. You should not be worry about it because love include many factors, it depends on 2 persons to share feeling, thinking and etc. each other. You can not fix love by yourself but you should walk in you and your lover way together. When you see who is right, you should keep your relationship in the beautiful way much more, although it is not all time.
Finally, I wish your love is beautiful and happy forever. ^^
Friday, May 29, 2009
Seven QC Tools (7 QC Tools)
สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งนะค่ะ วันนี้อยากจะพูดไรที่เป็นวิชาการนิดนึง จะพูดถึงเรื่องการควบคุมคุณภาพการผลิต ซึ่งปัจจุบันในโรงงานต่างๆ มักจะใช้เครื่องมือในการควบคุมคุณภาพที่เรียกว่า Seven QC Tools ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 7 เครื่องมือ แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ยังไงก็ได้นะค่ะ เนื่องจากในแต่ละเครื่องมือมีความเกี่ยวเนื่องกัน ต้องใช้เป็นลำดับ เป็นขั้นเป็นตอนดังนี้
1. ใบตรวจสอบ (Check Sheet): เป็นใบที่ใช้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ว่ามีของเสีย หรือจุดบกพร่องมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในการออกแบบ Check Sheet จะต้องสามารถกรอกข้อมูลได้ง่าย บันทึกข้อมูลได้ครบถ้วน มักนิยมใช้สัญลักษณ์ รหัส และสี ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการบันทึกข้อมูล และในการบันทึกข้อมูลมักนิยมใช้สัญลักษณ์ในการบันทึก เช่น เครื่องหมายกากบาท
2. แผนภาพพาเรโต (Pareto Diagram): เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการบันทึก Check Sheet มาสร้างแผนภาพพาเรโต เพื่อดูว่าอะไรคือสาเหตุหลัก หรือปัญหาหลักที่ส่งผลให้เกิดของเสีย หรือจุดบกพร่อง และดูว่าการผลิตนี้มีความเสถียรหรือไม่ จากการสร้างแผนภาพพาเรโตจะต้องทราบถึงหลักการของพาเรโตนิดนึงว่า ถ้าการผลิตมีความเสถียรสาเหตุหลัก หรือปัญหาหลักที่เกิดขึ้นจะต้องมีจำนวนน้อย แต่ถ้ามีมากแปลว่าการผลิตนั้นไม่เสถียร และสามารถกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า แผนภาพพาเรโตนี้เป็นไปตามหลักการพาเรโต หรือไม่เป็นไปตามหลักการพาเรโต
3. แผนภาพสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram: CE): หรือที่เราเรียกกันในอีกหลายๆ ชื่อว่าแผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram) หรือ Ishigawa Diagram เป็นแผนภาพที่ใช้สำหรับพิสูจน์หาสาเหตุของสาเหตุหลักหรือปัญหาหลักที่ได้จากการสร้างแผนภาพพาเรโต โดยเราจะนำสาเหตุหลักหรือปัญหาหลักไว้ที่หัวปลา และจะหาสาเหตุย่อยที่ทำให้เกิดปัญหาหลักนี้ไว้ที่ก้างปลา และในแต่ละปัญหาย่อยเราจะแตกสาเหตุของสาเหตุย่อยออกมาอีกที โดยใช้หลักการ Why Why Analysis เป็นการถามว่าทำไม ทำไมไปเรื่อย ไม่มีการกำหนดปัญหาย่อย ยิ่งมากยิ่งดี วิธีการนี้ให้พนักงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาช่วยกันหาสาเหตุ
หลังจากที่ได้ทำการหาสาเหตุย่อยของปัญหาหลักแล้ว ก็จะทำการทดสอบเพื่อดูว่าสาเหตุที่เราเขียนมานั้นมีสาเหตุไหนจริงบ้าง และเมื่อทดสอบแล้วก็จะนำผลที่ได้นั้นมาทำให้เห็นเป็นภาพได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการตั้งแต่ข้อ 4 – 6 ซึ่งดูผลจากการทดสอบแตกต่างกัน
4. กราฟ (Graph): เป็นการแสดงผลเป็นตัวเลข ที่เลือกใช้วิธีนี้เนื่องจากง่ายต่อการเข้าใจ และสามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งกราฟที่นิยมนำมาใช้ในการดูผลการทดสอบ ได้แก่ กราฟเส้น กราฟแท่ง กราฟวงกลม และกราฟเรดาร์
1. ใบตรวจสอบ (Check Sheet): เป็นใบที่ใช้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ว่ามีของเสีย หรือจุดบกพร่องมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในการออกแบบ Check Sheet จะต้องสามารถกรอกข้อมูลได้ง่าย บันทึกข้อมูลได้ครบถ้วน มักนิยมใช้สัญลักษณ์ รหัส และสี ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการบันทึกข้อมูล และในการบันทึกข้อมูลมักนิยมใช้สัญลักษณ์ในการบันทึก เช่น เครื่องหมายกากบาท
2. แผนภาพพาเรโต (Pareto Diagram): เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการบันทึก Check Sheet มาสร้างแผนภาพพาเรโต เพื่อดูว่าอะไรคือสาเหตุหลัก หรือปัญหาหลักที่ส่งผลให้เกิดของเสีย หรือจุดบกพร่อง และดูว่าการผลิตนี้มีความเสถียรหรือไม่ จากการสร้างแผนภาพพาเรโตจะต้องทราบถึงหลักการของพาเรโตนิดนึงว่า ถ้าการผลิตมีความเสถียรสาเหตุหลัก หรือปัญหาหลักที่เกิดขึ้นจะต้องมีจำนวนน้อย แต่ถ้ามีมากแปลว่าการผลิตนั้นไม่เสถียร และสามารถกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า แผนภาพพาเรโตนี้เป็นไปตามหลักการพาเรโต หรือไม่เป็นไปตามหลักการพาเรโต
3. แผนภาพสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram: CE): หรือที่เราเรียกกันในอีกหลายๆ ชื่อว่าแผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram) หรือ Ishigawa Diagram เป็นแผนภาพที่ใช้สำหรับพิสูจน์หาสาเหตุของสาเหตุหลักหรือปัญหาหลักที่ได้จากการสร้างแผนภาพพาเรโต โดยเราจะนำสาเหตุหลักหรือปัญหาหลักไว้ที่หัวปลา และจะหาสาเหตุย่อยที่ทำให้เกิดปัญหาหลักนี้ไว้ที่ก้างปลา และในแต่ละปัญหาย่อยเราจะแตกสาเหตุของสาเหตุย่อยออกมาอีกที โดยใช้หลักการ Why Why Analysis เป็นการถามว่าทำไม ทำไมไปเรื่อย ไม่มีการกำหนดปัญหาย่อย ยิ่งมากยิ่งดี วิธีการนี้ให้พนักงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาช่วยกันหาสาเหตุ
หลังจากที่ได้ทำการหาสาเหตุย่อยของปัญหาหลักแล้ว ก็จะทำการทดสอบเพื่อดูว่าสาเหตุที่เราเขียนมานั้นมีสาเหตุไหนจริงบ้าง และเมื่อทดสอบแล้วก็จะนำผลที่ได้นั้นมาทำให้เห็นเป็นภาพได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการตั้งแต่ข้อ 4 – 6 ซึ่งดูผลจากการทดสอบแตกต่างกัน
4. กราฟ (Graph): เป็นการแสดงผลเป็นตัวเลข ที่เลือกใช้วิธีนี้เนื่องจากง่ายต่อการเข้าใจ และสามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งกราฟที่นิยมนำมาใช้ในการดูผลการทดสอบ ได้แก่ กราฟเส้น กราฟแท่ง กราฟวงกลม และกราฟเรดาร์
5. แผนภาพกระจาย (Scatter Diagram): เป็นแผนภาพที่ใช้หาความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุและผลกันของปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ โดยให้แกนนอนเป็นสาเหตุ และแกนตั้งเป็นผล แต่มีข้อจำกัดตรงที่ต้องพิจารณาว่าเป็นข้อมูลแหล่งเดียวกันหรือไม่ เพราะถ้าไม่อาจทำให้ตีความผิดพลาดได้
6. ฮิสโตแกรม (Histogram): เป็นแผนภาพการกระจายข้อมูล ซึ่งจะแสดงค่ากลางของปัญหา และค่าความแปรปรวนของข้อมูล ดังนั้นเราจึงใช้แผนภาพนี้ดูความแปรปรวนของกระบวนการโดยไม่ต้องใช้วิธีการทางสถิติ
7. แผนภูมิควบคุม (Control Chart): เป็นแผนภูมิที่เราใช้วิเคราะห์ความแปรปรวนที่เกิดขึ้นในกระบวณการการผลิต โดยเราจะวิเคราะห์หาสาเหตุที่มีความแปรปรวนผิดปกติ หรือสาเหตุที่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์มาก ซึ่งในการทำแผนภูมิควบคุมเราจะใช้โปรแกรมในการวิเคราะห์หาค่าความผิดปกตินั้น โดยเราจะแบ่งประเภทของแผนภูมิควบคุมเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
1. แผนภูมิควบคุมข้อมูลผันแปร (Variable Control Chart) เราจะใช้ข้อมูลที่ได้จากการวัด เช่น 3.5 เซนติเมตร, 3 กิโลกรัม เป็นต้น ในการสร้างกราฟ โดยแผนภูมิที่เรานิยมใช้กับข้อมูลประเภทนี้คือ - S Chart
2. แผนภูมิควบคุมข้อมูลแบบช่วง (Attribute Control Chart) เราจะใช้ข้อมูลที่ได้จากการนับ เช่น 20 ชิ้น เป็นต้น ในการสร้างกราฟ โดยแผนภูมิที่เรานิยมใช้กับข้อมูลประเภทนี้คือ np – chart, p - chart, u – chart, และ c – chart ซึ่งใน Chart แต่ละประเภทใช้ต่างกันดังนี้
np – chart จะใช้กับของเสียที่มี n คงที่
p – chart จะใช้กับของเสียที่มี n ไม่คงที่
c – chart จะใช้กับของมีตำหนิ หรือจุดบกพร่องที่มี n คงที่
u – chart จะใช้กับของมีตำหนิ หรือจุดบกพร่องที่มี n ไม่คงที่
ซึ่ง n ในที่นี้คือจำนวนกลุ่มตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิต
ลักษณะของแผนภูมิควบคุม
6. ฮิสโตแกรม (Histogram): เป็นแผนภาพการกระจายข้อมูล ซึ่งจะแสดงค่ากลางของปัญหา และค่าความแปรปรวนของข้อมูล ดังนั้นเราจึงใช้แผนภาพนี้ดูความแปรปรวนของกระบวนการโดยไม่ต้องใช้วิธีการทางสถิติ
7. แผนภูมิควบคุม (Control Chart): เป็นแผนภูมิที่เราใช้วิเคราะห์ความแปรปรวนที่เกิดขึ้นในกระบวณการการผลิต โดยเราจะวิเคราะห์หาสาเหตุที่มีความแปรปรวนผิดปกติ หรือสาเหตุที่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์มาก ซึ่งในการทำแผนภูมิควบคุมเราจะใช้โปรแกรมในการวิเคราะห์หาค่าความผิดปกตินั้น โดยเราจะแบ่งประเภทของแผนภูมิควบคุมเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
1. แผนภูมิควบคุมข้อมูลผันแปร (Variable Control Chart) เราจะใช้ข้อมูลที่ได้จากการวัด เช่น 3.5 เซนติเมตร, 3 กิโลกรัม เป็นต้น ในการสร้างกราฟ โดยแผนภูมิที่เรานิยมใช้กับข้อมูลประเภทนี้คือ - S Chart
2. แผนภูมิควบคุมข้อมูลแบบช่วง (Attribute Control Chart) เราจะใช้ข้อมูลที่ได้จากการนับ เช่น 20 ชิ้น เป็นต้น ในการสร้างกราฟ โดยแผนภูมิที่เรานิยมใช้กับข้อมูลประเภทนี้คือ np – chart, p - chart, u – chart, และ c – chart ซึ่งใน Chart แต่ละประเภทใช้ต่างกันดังนี้
np – chart จะใช้กับของเสียที่มี n คงที่
p – chart จะใช้กับของเสียที่มี n ไม่คงที่
c – chart จะใช้กับของมีตำหนิ หรือจุดบกพร่องที่มี n คงที่
u – chart จะใช้กับของมีตำหนิ หรือจุดบกพร่องที่มี n ไม่คงที่
ซึ่ง n ในที่นี้คือจำนวนกลุ่มตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิต
ลักษณะของแผนภูมิควบคุม

หลังจากที่เราได้ทำการสร้างแผนภูมิ Control Chart แล้วเราสามารถพิจารณาจุดผิดปกติที่เกิดขึ้นในแผนภูมิได้ ซึ่งมีอยู่หลัก 4 ประเภท คือ
1. อยู่นอกจุดควบคุม (Out of Control) คือ มีบางจุดอยู่นอกเขตควบคุม (±3s) ไปอย่างชัดเจนซึ่งจะแสดงให้เห็นว่ามีของเสียเกิดขึ้นแล้วในกระบวนการ
2. เกิดการเกาะกลุ่ม (Run) คือ มีบางจุดอยู่เกาะกลุ่มกัน 9 จุดฝั่งใดฝั่งหนึ่งภายในเขตควบคุม (±3s) ซึ่งความผิดปกติเกิดขึ้นในกระบวนการถึงแม้ว่าไม่เกิดของเสียก็ควรรีบติดตามตรวจสอบกระบวนการเพื่อหาทางแก้ไข
3. เกิดแนวโน้ม (Trend) คือ มีบางจุดเรียงตัวกันอย่างต่อเนื่อง 6 จุด ภายในเขตควบคุม (±3s) ซึ่งค่าเฉลี่ยของชิ้นงานที่ผลิตได้จากกระบวนการนี้กำลังมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนที่ออกจากที่ตั้งไว้ครั้งแรก ดังนั้นควรจะหยุดกระบวนการเพื่อปรับค่าต่างๆ
4. เกิดวัฏจักร (Periodicity) คือ มีบางจุดเรียงตัวสลับขึ้นลงระหว่างเส้น CL เรียงกันทั้งหมด 14 จุด ภายในเขตควบคุม (±3s) ซึ่งแสดงให้ว่าเกิดการหมุนเวียนของเหตุการณ์ต่างๆในกระบวนการ โดยเมื่อครบหนึ่งรอบจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จึงอาจใช้ทำนายผลในอนาคตหรือช่วงเวลาที่ผ่านมาได้
เป็นอย่างไรบ้างค่ะกับข้อมูลการควบคุมการผลิต โดยใช้ Seven QC Tools หวังว่าข้อมูลที่เขียนมาข้างต้นจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะค่ะ ไว้พบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ
Wednesday, May 27, 2009
ประโยคเด็ดโดนใจในเพลงเหตุผล? ของปาน
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ ^^
คืนนี้ประมาณว่าองค์ลงเลยแวะมาเขียน Blog อีกแล้วค่ะ หลังจากที่ได้เขียนแนะนำตัวไป จริงๆ แล้วตั้งใจจะเขียนบทความนี้ขึ้นมาเมื่อคืนก่อน แต่ขอเขียนบทความแนะนำตัวก่อนดีกว่า แต่กว่าจะเขียนเสร็จก็ประมาณตีสามกว่าแล้ว แบบว่านั่งเขียนบนเตียงก่อนนอนกันเลยทีเดียว เลยต้องมาอัพเอาตอนบ่ายอีกวันนึง แต่ว่าวันนี้ยังต่อเน็ตอยู่คิดว่าคงเขียนเสร็จแล้วก็อัพขึ้นเลย ไม่ต้องรอฤกษ์ดีของอีกวัน อิอิ
เรื่องที่จะเขียนวันนี้ก็ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ เกิดจากเมื่อคืนก่อนได้ดู MV เพลงเหตุผล? ของปาน พอได้ดูและฟังเพลงแล้วแบบบอกได้คำเดียวว่า...จี๊ดมาก ด้วยเนื้อหาเพลง การดำเนินเรื่องของ MV และคนเล่น MV และโดยปกติแล้วเป็นคนที่ชอบฟังเพลงของปานมากๆ เพราะเวลาฟังแล้วมักจะได้ฟังประโยคเด็ดๆ จากเพลงบ่อยๆ เป็นประโยคที่ฟังแล้วแบบโดนใจ และเป็นอะไรที่ฟังแล้วเห็นภาพเลย เคยเอามาตั้งเป็นชื่อ MSN บ่อยๆ จนเพื่อนนึกว่ามีอะไรเกิดขึ้น และคิดว่าคงโดนใจใครอีกหลายๆ คน แต่ว่าแค่บอกคงไม่เห็นภาพ เราลองมาดูตัวอย่างประโยคเด็ดๆ จากเพลงเก่าๆ ของปานกันดีกว่า
- เพลงหวง “เนื้อคนอื่นวางไว้ แอบแย่งของคนอื่นไป แอบคาบมันตัวอะไร ไปคิดเอง”
- เบอร์นี้ไม่มีคนของเธอ “จำไว้หากไม่มีใครตาย...อย่าโทร จำไว้คนจะแย่งแฟนใคร...ห้ามโทร”
- เสียงหัวใจวันไร้เธอ “เธออยู่ที่ไหน ความรักเราตายแล้วหรือ ไขว่คว้าไม่เจอสักมือ เฝ้ารออย่างท้อใจ ทำได้เพียงเท่านั้น เรียกเธอซ้ำๆ หมื่นแสนล้านคำ ทุกวัน เผื่อเธอซึ้งถึงความร้าวราน เธอจะเดินกลับมา เผื่อเธอสงสารคนไร้ค่า เธอจะมา...ก่อนฉันตาย”
- ให้ทาน “ถ้าหิวโซ อดอยากปานนั้น เอาเลยฉันยกให้ วันนี้จะตัดใจ คิดว่าให้ทาน”
- ทนได้แต่ไม่ทน “เมื่อก่อนฉันเห็นแก่ใจเธอ เธอล่ะเคยมองไหม หากวันนี้ต้องเห็นแก่ตัวเพื่อหัวใจ ไม่ผิดใช่ไหมที่ไม่ทน”
- หญิงร้าย...ชายเลว “ขนาดคนที่เป็นเพื่อนตาย อีกหนึ่งคือคนซึ้งใจ ยังเลว...”
หลังจากที่ดูตัวอย่างประโยคโดนๆ ในเพลงเก่าๆ ของปานไปแล้ว ทีนี้เรามาพูดถึงเพลงเหตุผล? กันดีกว่า ตามที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่าโดนใจผู้เขียนมากๆ เมื่ออ่านเสร็จแล้ว เพื่อเป็นการยืนยัน เราไปดู MV หลังจากที่อ่านความคิดเห็นด้านล่างนี้แล้วกันเลยดีกว่าค่ะ
- ประโยคเด็ดในเพลง “ไม่เจ็บใช่ไหม คนนี้ที่อยู่ดีๆ ต้องเสียเธอ เข้มแข็งแล้วมันผิดหรอ ถึงต้องเสียใจ” และก็ประโยค “แค่เพียงเหตุผลควายๆ ที่คนเลวๆ ชอบใช้ ตอนหมดรักเท่านั้นเอง”
- การดำเนินเรื่องราวใน MV สอดคล้องกับเพลงดี และคนเล่นก็สามารถเล่น และสื่ออารมณ์ออกมาได้ดี ทำให้ดูแล้วอินตามไปเลย
- การเปิดฉาก MV ด้วยคำพูดของนางเอกที่ว่า “จะมาร้องไห้ทำไมตอนนี้ เคยทำให้ฉันเสียน้ำตาขนาดไหน เธอจำได้รึป่าว” และปิดฉากด้วยคำพูดของนางเอกที่ว่า “ถ้าฉันต้องตื่นขึ้นมา แล้วเจอคนสันดานอย่างเธอ...ฉันขอตายดีกว่า”
- ประโยคขำๆ ใน MV ของคนโกหกเป็นช่างภาพถ่ายแบบ แต่โกหกว่าติดถ่ายงาน “ถ่ายหนังสือชีวิตสัตว์โลก” เชื่อก็ฮาแล้วค๊าบ...
เป็นไงค่ะ โดนอย่างที่บอกไว้หรือเปล่า แต่ถ้าใครไม่รู้สึกโดน ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันนะค่ะ ง่วงนอนและ ไว้จะกลับมาเขียนใหม่นะค่ะ เมื่อองค์ลง ^^
คืนนี้ประมาณว่าองค์ลงเลยแวะมาเขียน Blog อีกแล้วค่ะ หลังจากที่ได้เขียนแนะนำตัวไป จริงๆ แล้วตั้งใจจะเขียนบทความนี้ขึ้นมาเมื่อคืนก่อน แต่ขอเขียนบทความแนะนำตัวก่อนดีกว่า แต่กว่าจะเขียนเสร็จก็ประมาณตีสามกว่าแล้ว แบบว่านั่งเขียนบนเตียงก่อนนอนกันเลยทีเดียว เลยต้องมาอัพเอาตอนบ่ายอีกวันนึง แต่ว่าวันนี้ยังต่อเน็ตอยู่คิดว่าคงเขียนเสร็จแล้วก็อัพขึ้นเลย ไม่ต้องรอฤกษ์ดีของอีกวัน อิอิ
เรื่องที่จะเขียนวันนี้ก็ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ เกิดจากเมื่อคืนก่อนได้ดู MV เพลงเหตุผล? ของปาน พอได้ดูและฟังเพลงแล้วแบบบอกได้คำเดียวว่า...จี๊ดมาก ด้วยเนื้อหาเพลง การดำเนินเรื่องของ MV และคนเล่น MV และโดยปกติแล้วเป็นคนที่ชอบฟังเพลงของปานมากๆ เพราะเวลาฟังแล้วมักจะได้ฟังประโยคเด็ดๆ จากเพลงบ่อยๆ เป็นประโยคที่ฟังแล้วแบบโดนใจ และเป็นอะไรที่ฟังแล้วเห็นภาพเลย เคยเอามาตั้งเป็นชื่อ MSN บ่อยๆ จนเพื่อนนึกว่ามีอะไรเกิดขึ้น และคิดว่าคงโดนใจใครอีกหลายๆ คน แต่ว่าแค่บอกคงไม่เห็นภาพ เราลองมาดูตัวอย่างประโยคเด็ดๆ จากเพลงเก่าๆ ของปานกันดีกว่า
- เพลงหวง “เนื้อคนอื่นวางไว้ แอบแย่งของคนอื่นไป แอบคาบมันตัวอะไร ไปคิดเอง”
- เบอร์นี้ไม่มีคนของเธอ “จำไว้หากไม่มีใครตาย...อย่าโทร จำไว้คนจะแย่งแฟนใคร...ห้ามโทร”
- เสียงหัวใจวันไร้เธอ “เธออยู่ที่ไหน ความรักเราตายแล้วหรือ ไขว่คว้าไม่เจอสักมือ เฝ้ารออย่างท้อใจ ทำได้เพียงเท่านั้น เรียกเธอซ้ำๆ หมื่นแสนล้านคำ ทุกวัน เผื่อเธอซึ้งถึงความร้าวราน เธอจะเดินกลับมา เผื่อเธอสงสารคนไร้ค่า เธอจะมา...ก่อนฉันตาย”
- ให้ทาน “ถ้าหิวโซ อดอยากปานนั้น เอาเลยฉันยกให้ วันนี้จะตัดใจ คิดว่าให้ทาน”
- ทนได้แต่ไม่ทน “เมื่อก่อนฉันเห็นแก่ใจเธอ เธอล่ะเคยมองไหม หากวันนี้ต้องเห็นแก่ตัวเพื่อหัวใจ ไม่ผิดใช่ไหมที่ไม่ทน”
- หญิงร้าย...ชายเลว “ขนาดคนที่เป็นเพื่อนตาย อีกหนึ่งคือคนซึ้งใจ ยังเลว...”
หลังจากที่ดูตัวอย่างประโยคโดนๆ ในเพลงเก่าๆ ของปานไปแล้ว ทีนี้เรามาพูดถึงเพลงเหตุผล? กันดีกว่า ตามที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่าโดนใจผู้เขียนมากๆ เมื่ออ่านเสร็จแล้ว เพื่อเป็นการยืนยัน เราไปดู MV หลังจากที่อ่านความคิดเห็นด้านล่างนี้แล้วกันเลยดีกว่าค่ะ
- ประโยคเด็ดในเพลง “ไม่เจ็บใช่ไหม คนนี้ที่อยู่ดีๆ ต้องเสียเธอ เข้มแข็งแล้วมันผิดหรอ ถึงต้องเสียใจ” และก็ประโยค “แค่เพียงเหตุผลควายๆ ที่คนเลวๆ ชอบใช้ ตอนหมดรักเท่านั้นเอง”
- การดำเนินเรื่องราวใน MV สอดคล้องกับเพลงดี และคนเล่นก็สามารถเล่น และสื่ออารมณ์ออกมาได้ดี ทำให้ดูแล้วอินตามไปเลย
- การเปิดฉาก MV ด้วยคำพูดของนางเอกที่ว่า “จะมาร้องไห้ทำไมตอนนี้ เคยทำให้ฉันเสียน้ำตาขนาดไหน เธอจำได้รึป่าว” และปิดฉากด้วยคำพูดของนางเอกที่ว่า “ถ้าฉันต้องตื่นขึ้นมา แล้วเจอคนสันดานอย่างเธอ...ฉันขอตายดีกว่า”
- ประโยคขำๆ ใน MV ของคนโกหกเป็นช่างภาพถ่ายแบบ แต่โกหกว่าติดถ่ายงาน “ถ่ายหนังสือชีวิตสัตว์โลก” เชื่อก็ฮาแล้วค๊าบ...
เป็นไงค่ะ โดนอย่างที่บอกไว้หรือเปล่า แต่ถ้าใครไม่รู้สึกโดน ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันนะค่ะ ง่วงนอนและ ไว้จะกลับมาเขียนใหม่นะค่ะ เมื่อองค์ลง ^^
Labels:
แค่เพียงเหตุผลควายๆ,
ประโยคเด็ด,
ประโยคโดนใจ,
ปาน,
เพลงปาน,
เหตุผล
Tuesday, May 26, 2009
Never interested but someone suggested me for write blog!!!
I never been interested in writing a blog which there is no reason. One day my opinion was changed, so I will tell you in the next.First of all, May I introduce myself, I am ThiLucky. I have registered here because someone suggested me. He said many advantages for writing something or story on blog and a reason have made me decide to write something that is I can make money from my articles. Until now you read my reason, you will think I am a greedy if you think like that, I am not serious, because it is true!!!And then, although I register here, I also do not know what I should write. Meanwhile, I am afraid that I cannot write a good article for readers, someone who suggested me said “Do not worry about it, just write what I want, nothing is right or wrong.” So I changed my thinking, and think I used to be a reporter/editor for website (My first job). Also, I used to write and create many scoops. That why I should not be afraid to write, and do not throw my knowledge away.Moreover, I think that I should write a blog in Thai or English language, I can improve my language and also somebody may leave their comments on my blog about language or my story, it is good for me. So I want to say “I am willing to receive all comments from you, please leave your comment on, but leave soft words. ^^
Finally, this is the first article. Please give me apologise if I write the useless articles.
Finally, this is the first article. Please give me apologise if I write the useless articles.
Subscribe to:
Posts (Atom)