Friday, May 29, 2009

Seven QC Tools (7 QC Tools)

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งนะค่ะ วันนี้อยากจะพูดไรที่เป็นวิชาการนิดนึง จะพูดถึงเรื่องการควบคุมคุณภาพการผลิต ซึ่งปัจจุบันในโรงงานต่างๆ มักจะใช้เครื่องมือในการควบคุมคุณภาพที่เรียกว่า Seven QC Tools ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 7 เครื่องมือ แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ยังไงก็ได้นะค่ะ เนื่องจากในแต่ละเครื่องมือมีความเกี่ยวเนื่องกัน ต้องใช้เป็นลำดับ เป็นขั้นเป็นตอนดังนี้

1. ใบตรวจสอบ (Check Sheet): เป็นใบที่ใช้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ว่ามีของเสีย หรือจุดบกพร่องมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในการออกแบบ Check Sheet จะต้องสามารถกรอกข้อมูลได้ง่าย บันทึกข้อมูลได้ครบถ้วน มักนิยมใช้สัญลักษณ์ รหัส และสี ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการบันทึกข้อมูล และในการบันทึกข้อมูลมักนิยมใช้สัญลักษณ์ในการบันทึก เช่น เครื่องหมายกากบาท

2. แผนภาพพาเรโต (Pareto Diagram): เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการบันทึก Check Sheet มาสร้างแผนภาพพาเรโต เพื่อดูว่าอะไรคือสาเหตุหลัก หรือปัญหาหลักที่ส่งผลให้เกิดของเสีย หรือจุดบกพร่อง และดูว่าการผลิตนี้มีความเสถียรหรือไม่ จากการสร้างแผนภาพพาเรโตจะต้องทราบถึงหลักการของพาเรโตนิดนึงว่า ถ้าการผลิตมีความเสถียรสาเหตุหลัก หรือปัญหาหลักที่เกิดขึ้นจะต้องมีจำนวนน้อย แต่ถ้ามีมากแปลว่าการผลิตนั้นไม่เสถียร และสามารถกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า แผนภาพพาเรโตนี้เป็นไปตามหลักการพาเรโต หรือไม่เป็นไปตามหลักการพาเรโต

3. แผนภาพสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram: CE): หรือที่เราเรียกกันในอีกหลายๆ ชื่อว่าแผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram) หรือ Ishigawa Diagram เป็นแผนภาพที่ใช้สำหรับพิสูจน์หาสาเหตุของสาเหตุหลักหรือปัญหาหลักที่ได้จากการสร้างแผนภาพพาเรโต โดยเราจะนำสาเหตุหลักหรือปัญหาหลักไว้ที่หัวปลา และจะหาสาเหตุย่อยที่ทำให้เกิดปัญหาหลักนี้ไว้ที่ก้างปลา และในแต่ละปัญหาย่อยเราจะแตกสาเหตุของสาเหตุย่อยออกมาอีกที โดยใช้หลักการ Why Why Analysis เป็นการถามว่าทำไม ทำไมไปเรื่อย ไม่มีการกำหนดปัญหาย่อย ยิ่งมากยิ่งดี วิธีการนี้ให้พนักงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาช่วยกันหาสาเหตุ

หลังจากที่ได้ทำการหาสาเหตุย่อยของปัญหาหลักแล้ว ก็จะทำการทดสอบเพื่อดูว่าสาเหตุที่เราเขียนมานั้นมีสาเหตุไหนจริงบ้าง และเมื่อทดสอบแล้วก็จะนำผลที่ได้นั้นมาทำให้เห็นเป็นภาพได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการตั้งแต่ข้อ 4 – 6 ซึ่งดูผลจากการทดสอบแตกต่างกัน
4. กราฟ (Graph): เป็นการแสดงผลเป็นตัวเลข ที่เลือกใช้วิธีนี้เนื่องจากง่ายต่อการเข้าใจ และสามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งกราฟที่นิยมนำมาใช้ในการดูผลการทดสอบ ได้แก่ กราฟเส้น กราฟแท่ง กราฟวงกลม และกราฟเรดาร์
5. แผนภาพกระจาย (Scatter Diagram): เป็นแผนภาพที่ใช้หาความสัมพันธ์ที่เป็นเหตุและผลกันของปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ โดยให้แกนนอนเป็นสาเหตุ และแกนตั้งเป็นผล แต่มีข้อจำกัดตรงที่ต้องพิจารณาว่าเป็นข้อมูลแหล่งเดียวกันหรือไม่ เพราะถ้าไม่อาจทำให้ตีความผิดพลาดได้

6. ฮิสโตแกรม (Histogram): เป็นแผนภาพการกระจายข้อมูล ซึ่งจะแสดงค่ากลางของปัญหา และค่าความแปรปรวนของข้อมูล ดังนั้นเราจึงใช้แผนภาพนี้ดูความแปรปรวนของกระบวนการโดยไม่ต้องใช้วิธีการทางสถิติ

7. แผนภูมิควบคุม (Control Chart): เป็นแผนภูมิที่เราใช้วิเคราะห์ความแปรปรวนที่เกิดขึ้นในกระบวณการการผลิต โดยเราจะวิเคราะห์หาสาเหตุที่มีความแปรปรวนผิดปกติ หรือสาเหตุที่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์มาก ซึ่งในการทำแผนภูมิควบคุมเราจะใช้โปรแกรมในการวิเคราะห์หาค่าความผิดปกตินั้น โดยเราจะแบ่งประเภทของแผนภูมิควบคุมเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
1. แผนภูมิควบคุมข้อมูลผันแปร (Variable Control Chart) เราจะใช้ข้อมูลที่ได้จากการวัด เช่น 3.5 เซนติเมตร, 3 กิโลกรัม เป็นต้น ในการสร้างกราฟ โดยแผนภูมิที่เรานิยมใช้กับข้อมูลประเภทนี้คือ - S Chart
2. แผนภูมิควบคุมข้อมูลแบบช่วง (Attribute Control Chart) เราจะใช้ข้อมูลที่ได้จากการนับ เช่น 20 ชิ้น เป็นต้น ในการสร้างกราฟ โดยแผนภูมิที่เรานิยมใช้กับข้อมูลประเภทนี้คือ np – chart, p - chart, u – chart, และ c – chart ซึ่งใน Chart แต่ละประเภทใช้ต่างกันดังนี้
np – chart จะใช้กับของเสียที่มี n คงที่
p – chart จะใช้กับของเสียที่มี n ไม่คงที่
c – chart จะใช้กับของมีตำหนิ หรือจุดบกพร่องที่มี n คงที่
u – chart จะใช้กับของมีตำหนิ หรือจุดบกพร่องที่มี n ไม่คงที่
ซึ่ง n ในที่นี้คือจำนวนกลุ่มตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิต

ลักษณะของแผนภูมิควบคุม


หลังจากที่เราได้ทำการสร้างแผนภูมิ Control Chart แล้วเราสามารถพิจารณาจุดผิดปกติที่เกิดขึ้นในแผนภูมิได้ ซึ่งมีอยู่หลัก 4 ประเภท คือ
1. อยู่นอกจุดควบคุม (Out of Control) คือ มีบางจุดอยู่นอกเขตควบคุม (±3s) ไปอย่างชัดเจนซึ่งจะแสดงให้เห็นว่ามีของเสียเกิดขึ้นแล้วในกระบวนการ
2. เกิดการเกาะกลุ่ม (Run) คือ มีบางจุดอยู่เกาะกลุ่มกัน 9 จุดฝั่งใดฝั่งหนึ่งภายในเขตควบคุม (±3s) ซึ่งความผิดปกติเกิดขึ้นในกระบวนการถึงแม้ว่าไม่เกิดของเสียก็ควรรีบติดตามตรวจสอบกระบวนการเพื่อหาทางแก้ไข
3. เกิดแนวโน้ม (Trend) คือ มีบางจุดเรียงตัวกันอย่างต่อเนื่อง 6 จุด ภายในเขตควบคุม (±3s) ซึ่งค่าเฉลี่ยของชิ้นงานที่ผลิตได้จากกระบวนการนี้กำลังมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนที่ออกจากที่ตั้งไว้ครั้งแรก ดังนั้นควรจะหยุดกระบวนการเพื่อปรับค่าต่างๆ
4. เกิดวัฏจักร (Periodicity) คือ มีบางจุดเรียงตัวสลับขึ้นลงระหว่างเส้น CL เรียงกันทั้งหมด 14 จุด ภายในเขตควบคุม (±3s) ซึ่งแสดงให้ว่าเกิดการหมุนเวียนของเหตุการณ์ต่างๆในกระบวนการ โดยเมื่อครบหนึ่งรอบจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จึงอาจใช้ทำนายผลในอนาคตหรือช่วงเวลาที่ผ่านมาได้

เป็นอย่างไรบ้างค่ะกับข้อมูลการควบคุมการผลิต โดยใช้ Seven QC Tools หวังว่าข้อมูลที่เขียนมาข้างต้นจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะค่ะ ไว้พบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ

Wednesday, May 27, 2009

ประโยคเด็ดโดนใจในเพลงเหตุผล? ของปาน

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ ^^

คืนนี้ประมาณว่าองค์ลงเลยแวะมาเขียน Blog อีกแล้วค่ะ หลังจากที่ได้เขียนแนะนำตัวไป จริงๆ แล้วตั้งใจจะเขียนบทความนี้ขึ้นมาเมื่อคืนก่อน แต่ขอเขียนบทความแนะนำตัวก่อนดีกว่า แต่กว่าจะเขียนเสร็จก็ประมาณตีสามกว่าแล้ว แบบว่านั่งเขียนบนเตียงก่อนนอนกันเลยทีเดียว เลยต้องมาอัพเอาตอนบ่ายอีกวันนึง แต่ว่าวันนี้ยังต่อเน็ตอยู่คิดว่าคงเขียนเสร็จแล้วก็อัพขึ้นเลย ไม่ต้องรอฤกษ์ดีของอีกวัน อิอิ

เรื่องที่จะเขียนวันนี้ก็ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ เกิดจากเมื่อคืนก่อนได้ดู MV เพลงเหตุผล? ของปาน พอได้ดูและฟังเพลงแล้วแบบบอกได้คำเดียวว่า...จี๊ดมาก ด้วยเนื้อหาเพลง การดำเนินเรื่องของ MV และคนเล่น MV และโดยปกติแล้วเป็นคนที่ชอบฟังเพลงของปานมากๆ เพราะเวลาฟังแล้วมักจะได้ฟังประโยคเด็ดๆ จากเพลงบ่อยๆ เป็นประโยคที่ฟังแล้วแบบโดนใจ และเป็นอะไรที่ฟังแล้วเห็นภาพเลย เคยเอามาตั้งเป็นชื่อ MSN บ่อยๆ จนเพื่อนนึกว่ามีอะไรเกิดขึ้น และคิดว่าคงโดนใจใครอีกหลายๆ คน แต่ว่าแค่บอกคงไม่เห็นภาพ เราลองมาดูตัวอย่างประโยคเด็ดๆ จากเพลงเก่าๆ ของปานกันดีกว่า
- เพลงหวง “เนื้อคนอื่นวางไว้ แอบแย่งของคนอื่นไป แอบคาบมันตัวอะไร ไปคิดเอง”
- เบอร์นี้ไม่มีคนของเธอ “จำไว้หากไม่มีใครตาย...อย่าโทร จำไว้คนจะแย่งแฟนใคร...ห้ามโทร”
- เสียงหัวใจวันไร้เธอ “เธออยู่ที่ไหน ความรักเราตายแล้วหรือ ไขว่คว้าไม่เจอสักมือ เฝ้ารออย่างท้อใจ ทำได้เพียงเท่านั้น เรียกเธอซ้ำๆ หมื่นแสนล้านคำ ทุกวัน เผื่อเธอซึ้งถึงความร้าวราน เธอจะเดินกลับมา เผื่อเธอสงสารคนไร้ค่า เธอจะมา...ก่อนฉันตาย”
- ให้ทาน “ถ้าหิวโซ อดอยากปานนั้น เอาเลยฉันยกให้ วันนี้จะตัดใจ คิดว่าให้ทาน”
- ทนได้แต่ไม่ทน “เมื่อก่อนฉันเห็นแก่ใจเธอ เธอล่ะเคยมองไหม หากวันนี้ต้องเห็นแก่ตัวเพื่อหัวใจ ไม่ผิดใช่ไหมที่ไม่ทน”
- หญิงร้าย...ชายเลว “ขนาดคนที่เป็นเพื่อนตาย อีกหนึ่งคือคนซึ้งใจ ยังเลว...”

หลังจากที่ดูตัวอย่างประโยคโดนๆ ในเพลงเก่าๆ ของปานไปแล้ว ทีนี้เรามาพูดถึงเพลงเหตุผล? กันดีกว่า ตามที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่าโดนใจผู้เขียนมากๆ เมื่ออ่านเสร็จแล้ว เพื่อเป็นการยืนยัน เราไปดู MV หลังจากที่อ่านความคิดเห็นด้านล่างนี้แล้วกันเลยดีกว่าค่ะ
- ประโยคเด็ดในเพลง “ไม่เจ็บใช่ไหม คนนี้ที่อยู่ดีๆ ต้องเสียเธอ เข้มแข็งแล้วมันผิดหรอ ถึงต้องเสียใจ” และก็ประโยค “แค่เพียงเหตุผลควายๆ ที่คนเลวๆ ชอบใช้ ตอนหมดรักเท่านั้นเอง”
- การดำเนินเรื่องราวใน MV สอดคล้องกับเพลงดี และคนเล่นก็สามารถเล่น และสื่ออารมณ์ออกมาได้ดี ทำให้ดูแล้วอินตามไปเลย
- การเปิดฉาก MV ด้วยคำพูดของนางเอกที่ว่า “จะมาร้องไห้ทำไมตอนนี้ เคยทำให้ฉันเสียน้ำตาขนาดไหน เธอจำได้รึป่าว” และปิดฉากด้วยคำพูดของนางเอกที่ว่า
“ถ้าฉันต้องตื่นขึ้นมา แล้วเจอคนสันดานอย่างเธอ...ฉันขอตายดีกว่า”
- ประโยคขำๆ ใน MV ของคนโกหกเป็นช่างภาพถ่ายแบบ แต่โกหกว่าติดถ่ายงาน “ถ่ายหนังสือชีวิตสัตว์โลก” เชื่อก็ฮาแล้วค๊าบ...



เป็นไงค่ะ โดนอย่างที่บอกไว้หรือเปล่า แต่ถ้าใครไม่รู้สึกโดน ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันนะค่ะ ง่วงนอนและ ไว้จะกลับมาเขียนใหม่นะค่ะ เมื่อองค์ลง ^^

Tuesday, May 26, 2009

Never interested but someone suggested me for write blog!!!

I never been interested in writing a blog which there is no reason. One day my opinion was changed, so I will tell you in the next.First of all, May I introduce myself, I am ThiLucky. I have registered here because someone suggested me. He said many advantages for writing something or story on blog and a reason have made me decide to write something that is I can make money from my articles. Until now you read my reason, you will think I am a greedy if you think like that, I am not serious, because it is true!!!And then, although I register here, I also do not know what I should write. Meanwhile, I am afraid that I cannot write a good article for readers, someone who suggested me said “Do not worry about it, just write what I want, nothing is right or wrong.” So I changed my thinking, and think I used to be a reporter/editor for website (My first job). Also, I used to write and create many scoops. That why I should not be afraid to write, and do not throw my knowledge away.Moreover, I think that I should write a blog in Thai or English language, I can improve my language and also somebody may leave their comments on my blog about language or my story, it is good for me. So I want to say “I am willing to receive all comments from you, please leave your comment on, but leave soft words. ^^
Finally, this is the first article. Please give me apologise if I write the useless articles.